วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย ตอนที่ 2

           หายไปนานหลังจากตอนที่แล้วครับ เนื่องจากผู้เขียนติดทั้งธุระส่วนตัวและไม่ส่วนตัว ทำให้ไม่มีเวลาที่จะสาธยายเรื่องที่ยังเล้าค้างอยู่ให้จบสักที บัดนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะรำพันเรื่องให้จบแล้ว


           ในวันที่จับฉลากทหาร ผมยังจำได้ดีครับว่าวันนั้นเป็นวันที่ 1 เมษายน 2549 ด้วยที่ะต้องไปจับใบดำใบแดง ผมก็ถือเคล็ดส่วนตัวว่าวันนี้ขอให้เจอแต่สิ่งดำๆ ก็เลยใส่เสื้อสีดำ(กกน.ก็สีดำ) ขับรถสีดำ กินโอเลี้ยง แบบว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอเอาดำไว้ก่อนประมาณนั้น พอไปถึงสถานที่คัดเลือกการเกณฑ์ทหาร ก็มีหลายคนนะครับ ที่ใส่เสื้อสีดำ คงกะจะเอาเคล็ดแบบผม แต่ก็มีบ้างนะครับ ที่ผมคิดว่าจะถือเอาเคล็ดแบบตรงกันข้าม คือใส่เสื้อสีแดงมาคงคิดว่า ใส่สีแดงมาแล้วคงไม่ต้องเจอสีแดงอีกประมาณนั้น นอกจากนั้นก็ใส่เสื้อสีอื่นๆไป ในขั้นตอนของการคัดเลือกก็ ขั้นแรกก็ต้องนำเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่เพื่อรายงานตัวและขอยกเลิกการผ่อนผัน เพราะผมเคยทำเรื่องผ่อนผันไว้ แล้วก็ตรวจร่างกาย วัดส่วนสูง วัดรอบอก และเขียนหมายเลขประจำตัวไว้ที่แขน ซึ่งผมไม่ได้เป็นคนเขียนเองนะครับ พี่ทหารเขาเขียนให้ เพื่อให้เรารู้หมายเลขของตนเอง เวลาที่ พี่ทหารขานเรีียก ขั้นตอนเหล่านั้นกินเวลาทั้งช่วงเช้าแหละ เสร็จจากกินข้าวเที่ยงแล้วก็มารวมกันเพื่อที่จะจับฉลาก ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาตอนบ่าย ทุกคนที่มานั่งรอนั้น คือคนที่รอจับฉลาก 
               คนที่ได้ออกไปจับก่อนนั้น ก็จะมีคนเชียร์ ก็คือคนที่นั่งรอจับฉลากด้วยกันนั้นแหละ แต่การเชียร์นี้คงจะตรงกันข้ามกับคนที่จับฉลาก เพราะคนที่จับฉลากนั้นก็หวังที่จะได้ใบดำ แต่คนเชียร์นี่สิ พร้อมใจกระโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า "แดง แดง แดง" ดังลั่นทั้งหอประชุม พอคนที่จับได้ใบดำก็จะ "ฮู่วว" แต่พอคนที่จับได้แดงก็จะ "เฮ้" ที่ผมสังเกตุเห็นนั้นก็คือคนที่ใส่เสื้อแดง ทำเก๋าๆ กินเหล้ามา ประมาณ 90% ที่จับได้ใบแดง 
              มีคนนึงผมจำได้ดีเลยล่ะ พอพี่ทหารขานหมายเลขเสร็จ เจ้านี่ก็เดินออกไป ลักษณะของเขาก็คือ ใส่เสื้อสีแดง เดินแบบโยกๆ(แบบแสดงความเก๋า) ผมสีทอง ดูเหมือนจะกินเหล้ามาด้วย เดินออกไปด้วยความมั่นใจเต็มล้านเปอร์เซ็น  ถึงด้านหน้าที่จับฉลากก็จะมีพี่ทหาร 2 คนยืนอยู่ คนแรกจะถือไหสำหรับจับฉลาก ส่วนอีกคนก็จะจับไหล่ของผู้ที่จับฉลาก คุณคนเก๋าคนนี้ล้วงมือเข้าไปในไห จับฉลาก แล้วส่งให้พี่ทหารเพื่อที่พี่ทหารจะเป็นคนขานว่าดำหรือแดง พอพี่ทหารขานว่าแดงเท่านั้นแหละ คุณเก๋าก็เข่าอ่อนร่วงลงไปนอนกับพื้นทันที ขำกันทั้งหอประชุม เก๋าดีนัก เจอซะ
             การจับฉลากก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ลำดับของผมจะอยู่ค่อนท้ายเพราะว่า พวกที่ขอยกเลิกการผ่อนผันจะได้ลำดับท้ายๆ ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหารมีผู้ที่จับฉลากประมาณ 300 คน เอาเป็นทหารประมาณ 70 คน ถ้าเทียบสัดส่วนใบแดงต่อใบดำก็ประมาณ 1 ต่อ 4 
            และลำดับหมายเลขของผมก็มาถึง ผมจำไม่ได้แล้วว่าหมายเลขของผมนั้นเป็นหมายเลขอะไร จำได้แต่ว่า พอได้ยินหมายเลขตนเอง ใจนี้เต้นแรงยังกับกลองเพล เดินออกไปด้วยความสั่นๆ ไปถึงด้านหน้าเสร็จ พี่ทหารก็จับตรงต้นแขนใกล้ๆไหล่ไว้ ประมาณพยุงไว้ไม่ให้ร่วงลงพื้น พี่ทหารอีกคนก็ยกไหขึ้น ลักษณะของไหก็จะเป็นไหดิน คือเราไม่สามารถมองเห็นข้างในได้ เหมือนๆกับไหปลาร้า ผมล้วงมือลงไปจับในไห ก็จับเอาอันแรกที่มือโดนเลย ไม่อยากจะคนฉลากมาก เดี๋ยวไปโดนใบแดงเข้าล่ะซวยเลย เพราะเห็นตัวอย่างก่อนหน้าผม คือพวกที่คนฉลากแล้วค่อยจับ โดนเกือบทุกคน พอผมหยิบฉลากออกมาจะเป็นแบบฉลากที่ม้วนไว้ในหลอด แล้วก็ส่งให้พี่ทหาร พี่ทหารแกก็ค่อยแกะออกมา ไอ้เราก็ลุ้นทุกการกระทำของพี่ทหาร แกะออกจากหลอดก็ค่อยๆคลี่กระดาษ ความรู้สึกมันเหมือนเวลาหยุดนิ่ง เสียงรอบข้างไม่ได้ยิน เห็นสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวก็คือกระดาษใบเล็กๆที่ค่อยๆคลี่ลงมา พอกระดาษคลี่เสร็จ สิ่งที่ผมเห็นก็คือตัวอักษรที่เขียนไว้ว่า "ดำ" เท่านั้นแหละใจที่เคยตกไปอยู่ตาตุ่มก็ชื้นขึ้นมาทันที พร้อมกับการที่ได้ยินเสียงจากกองเชียร์ว่า "ฮู่ววว" แต่ในใจเราเฮอยู่คนเดียว
       นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่จะเรียกว่าคงเป็นครั้งแรก ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของชีวิต ที่จะได้ทำอย่างนี้ เป็นประสบการณ์ที่คงจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต


        วันนี้ก็คงจะเล่าประมาณนี้ไว้ก่อนนะครับ ซึ่งเรื่องราวที่เรียกได้ว่าเป็น "ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย" ก็จะมีต่อในตอนหน้าครับ  สวัสดี

2 ความคิดเห็น:

  1. อ่านแล้วตื่นเต้นแทนครับ เพราะเช้านี้ผมจะไปจับเหมือนกันครับ ^^

    ตอบลบ
  2. ขอให้โชคดำนะครับ

    ตอบลบ